MBA Gossip

  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา - เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา มีพื้นที่อยู่ในป่าตำบลบ้านนา ตำบลเชี่ยวเหลียง ตำบลกะเปอร์ ตำบลบางหิน ตำบลนาคา ตำบลกำพวน ท้องที่อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง *•...
    4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง - โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่ม สาวเป็นต้นไป เป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง และมักจะหายได้เอง แต่อา...
    4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • เพื่อนแพง - พุทธศักราช 2476 นาข้าวชูรวงทองเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่งบ้านสร้าง อำเภอหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี เสียงควบขี่ไอ้เปลี่ยว ควายคู่ใจของ ไอ้ลอ (ศุกลวัฒน์ คณารศ)...
    1 ปีที่ผ่านมา
Custom Search
วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ตราสินค้า

ปฏิกิริยา:  
1.ชื่อของสินค้าควรจะเป็นชื่อง่ายๆ จุดประสงค์ข้อนี้เพื่อต้องการสามารถจำและเข้าใจง่าย เนื่องจากผู้บริโภค มีความสามารถในการจดจำที่จำกัด เหตุผลนี้ทำให้เห็นว่าทำไมชื่อตราสินค้าที่มีหลายพยางค์ จึงจำเป็นต้องตัดให้สั้นลง ตัวอย่างเช่นคำว่า เป๊ปซี่ -โคล่า ต้องตัดให้สั้นลง เหลือแค่คำว่า "เป๊ปซี่" หรือ จอนห์เลอวิส ก็เหลือแค่ "เลอวิส" เมื่อลูกค้าคุ้นเคยกับชื่อแล้วเขาก็จะจำได้ง่ายขึ้น
2.ชื่อตราสินค้าจะต้องมีความแตกต่าง เช่นชื่อ โกดัก หรืออดิดาส สามารถสร้างความแตกต่างทั้งในแง่ของการออกเสียง ตัวอักษรและคำที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดผลในการกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและความสนใจของผู้บริโภคได้มากขึ้น
3.ชื่อตราสินค้าจะต้องมีความหมาย สังเกตได้ว่าการแปลความหมายชื่อตราสินค้าของผู้บริโภคนั้น จะต้องมีความเกี่ยวข้องกัน และเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นในสินค้าหรือบริการ เช่น FedEx ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการที่รวดเร็ว แบตเตอรี่ยี่ห้อ "Reliable" จะสื่อสารให้ผู้บริโภคทราบถึงความน่าเชื่อถือของสินค้าหรือบริการ นอกจากนั้นชื่อของสินค้า หรือบริการ ควรจะส่งเสริมภาพพจน์ในเชิงบวกด้วย เช่น ท็อปส์ ซุปเปอร์มาเก็ต ที่หมายถึงการคัดสรรเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพระดับท็อปๆ เท่านั้น เป็นต้น
4.ชื่อตราสินค้าจะต้องเกี่ยวข้องกับตัวสินค้าหรือบริการ เช่น ชื่อนาฬิกาไทเม็กซ์ ที่ส่งเสริมความหมายของความเป็นนาฬิกา หรือ "SCACARE" เป็นครีมที่ช่วยลดรอยแผลเป็นทำให้หน้าเรียบใสขึ้น
5.อารมณ์ช่วยกระตุ้นความสนใจและการเข้าถึงสินค้าได้เป็นอย่างดี สำหรับสินค้าบางประเภท โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำหอม ชื่อที่เร้าอารมณ์จะช่วยให้สินค้าประสบความสำเร็จ เช่นคำว่า Poison และ Opium เป็นต้น
6.ชื่อตราสินค้าควรจะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย เพราะอาจถูกลอกเลียนแบบจากคู่แข่ง ดังนั้น จึงต้องมีการจดทะเบียนชื่อสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย
7.ระมัดระวังการสร้างสรรค์คำใหม่ นักการตลาดต้องพัฒนาคำใหม่ๆ ตลอดเวลา สำหรับชื่อตราสินค้านั้น ควรมีการส่งเสริมและทำให้เกิดความชัดเจนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น "Kodak" "Esso" และ "Xerox" เป็นต้น
8.ควรหลีกเลี่ยงชื่อที่มีพยางค์มากเกินไป ในช่วงเวลาที่ผ่านมาชื่อตราสินค้าบางประเภทถูกปรับให้สั้นลง เช่น International Business Machines กลายเป็น IBM หรือ Imperial Chemicals Industries กลายเป็น ICI และ British Airways กลายเป็น BA เป็นต้น
9.การปรับปรุงชื่อสินค้าให้มีความหมายเป็นสากล เมื่อใดก็ตามที่ชื่อสินค้าขยายวงไปยังหลายพื้นที่ จะเกิดความแตกต่างทั้งในแง่ของภาษา และวัฒนธรรม ดังนั้นนักการตลาดควรคำนึงถึงปัจจัยนี้ด้วย ไม่ใช่มาแก้ปัญหาเรื่องชื่อสินค้าในภายหลัง ซึ่งยุ่งยากสำหรับนักการตลาดเป็นอย่างมาก

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ฺBreakingnews

  • อัตราส่วนทุนหมุนเวียน - *อัตราส่วนทุนหมุนเวียน *หรืออัตราส่วนสภาพคล่อง (Current ratio) คือ อัตราส่วนระหว่าง สินทรัพย์หมุนเวียนและ หนี้สินหมุนเวียน ซึ่งบ่งบอกถึงสภาพคล่อง ของกิจการ...
    4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • ระเบียบว่าด้วยการพัสดุ - คณะกรรมการคัดเลือกผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์มีอำนาจหน้าที่ตามข้อใด ก. พิจารณาอนุญาตให้ส่วนราชการจัดการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ข. พิจารณาคัดเลือ...
    4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • แนวทางการลดต้นทุน - การลดต้นทุนด้านวัตถุดิบ 1.1 ใช้หลักวิศวกรรมคุณค่าในการวิเคราะห์วัตถุดิบว่ามีความเหมาะสมกับการผลิต การใช้งานหรือไม่ สามารถ นำวัตถุดิบอื่นมาทดแทนได้หรือไ...
    4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • ทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม (Bloom) - Bloom’s Taxonomy กล่าวถึงการจาแนกการเรียนรู้ตามทฤษฎีของบลูม ซึ่งแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ ด้านพุทธิพิสัย ด้านจิตพิสัย และด้านทักษะพิสัย โดยในแต่ละด้านจะมีการจาแน...
    5 สัปดาห์ที่ผ่านมา